หม้อน้ำรถยนต์

หม้อน้ำรถยนต์ มีกี่แบบ แบบไหนเหมาะกับรถของเรา สรุปสั้นๆอ่านง่าย

หม้อน้ำรถยนต์

หม้อน้ำรถยนต์ เป็นอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน ของรถยนต์ซึ่งสำคัญมากๆ เป็นระบบการหล่อเย็นด้วยน้ำ ซึ่งรถบางคันใส่เป็นเป็นน้ำยาก็มี หรือใช้เป็นน้ำเปล่าก็ได้ โดยการทำงานจะเป็นน้ำไหลมาตามโพรงเสื้อสูบ แล้วเข้าสู่่หม้อน้ำทางด้านบน ต่อมาน้ำเหล่านั้นก็จะไหลมาตามท่อในหม้อน้ำ ซึ่งท่อพวกนี้จะติดอยู่กับรังผึ้ง หรือที่เรียกอีกอย่างว่าครีบระบายความร้อน ซึ่งทำมากจากโลหะ ที่ถ่ายเทความร้อนได้ดี เมื่อน้ำร้อนเหล่านี้ เคลื่อนลงมาด้านล่าง ก็จะถ่ายเอาความร้อนออกไปให้กับรังผึ้ง ซึ่งในเวลาเดียวกันพัดลมหม้อน้ำก็จะทำงาน ดูเอาอากาศที่อยู่ด้านหน้าหมอน้ำ ผ่านรังผึ้งระบายความร้อนหม้อน้ำ ออกมาทางด้านหลัง เปลี่ยนความร้อนไปเป็นอากาศ และเมื่อน้ำที่ร้อนไหลลงด้านล่าง อุณหภูมิก็จะลดลง ตรงด้านหน้าของหม้อน้ำจะมีท่อยางหม้อน้ำ ต่อเข้ากับผนังเสื้อสูบอีกที ทำให้มีน้ำอนู่ในระบบ ไหลเวียนอยู่ในโพรงผนังห้องเครื่องกับหม้อน้ำแบบนี้อย่างต่อเนื่อง

หม้อน้ำรถยนต์
เครดิตจากเว็บ https://www.sangthongautopartsworld.com/

ประเภทของ หม้อน้ำรถยนต์

สามารถแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆตามวัสดุได้ 2 ประเภท

  1. หม้อน้ำอลูมิเนียม หม้อน้ำชนิดนี้เป็นชนิดที่เป็นที่นิยม ใช้กันโดยทั่วไป เพราะมีน้ำหนักเบา ต้นทุนต่ำ และยังทำหน้าที่ระบายความร้อนได้ดีอีกด้วย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบได้อีก คือแบบที่มีฝาบนล่างเป็นพลาสติก แบบนี้เป็นที่ใช้กันเยอะเรียกได้ว่าติดรถออกจากโรงงานมาเลยก็ว่าได้ อีกแบบคือ เป็นอลูมิเนียมทั้งอันเลย ราคาค่อนข้างสูง และไม่ได้มีขายทั่วไป ส่วนใหญ่ต้องสั่งทำ ระบายความร้อยได้ดีและทนกว่าแบบแรก ข้อเสียคือ ซ่อมไม่ได้ ถ้าชำรุดก็ต้องยกเปลี่ยนเลย และก็ทนสู้แบบทองแดงไม่ได้
  2. หม้อน้ำทองแดง ในอดีต หม้อน้ำชนิดนี้เป็นที่นิยมมาก จะพบได้มาในรถเก่า 20 ปีขึ้นไป จะมี 2 แบบคือ ผลิตจาก ทองเหลืองผสมกับทองแดง ซึ่งระบายความร้อนได้ดีในระดับหนึ่ง มีความร้อนสะสมอยู่บ้าง และอีกแบบคือทองแดงล้วนๆ แบบนี้จะระบายความร้อนได้ดีกว่า แต่ราคาสูงและต้องสั่งทำ ข้อดีของหม้อน้ำทองแดงคือ แข็งแรงทนทาน ซ่อมแซมได้หากชำรุด แต่ราคาก็สูงกว่าแบบอลูมิเนียม น้ำหนักมากกว่าและหาซื้อยากกว่า

นอกจากนี้ยังแบ่งประเภทของหม้อน้ำได้จาก ขนาดเครื่องยนต์ ซึ่งขนาดเครื่องยนต์ที่ต่างกัน การใช้หม้อน้ำก็จะต่างกัน ยังมีเรื่องรูปแบบของเกียร์อีกด้วย หม้อน้ำเกียร์ออโต้ กับ หม้อน้ำเกียร์กระปุก ก็ใช้ต่างกัน ซึ่งเราจะไม่ลงรายละเอียดขนาดนั้นครับ

การโอเวอร์ฮีท ( Over Heat )ของเครื่องยนต์

เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นต่อจากการทีหม้อน้ำของเรามีปัญหานั่นเอง อาจจะเกิดจากการที่น้ำในหม้อน้ำแห้ง ซึ่งมาจากการใช้งาน ถ้าเราใช้รถโดยไม่มีการตรวจเช็คน้ำในหม้อน้ำเลย ก็อาจจะทำให้เกิดการที่น้ำในหม้อน้ำไม่เพียงพอต่อการระบายความร้อนจนทำให้เครื่องโอเวอร์ฮีทได้ อีกประเด็นคือ การชำรุดของหม้อน้ำ ซึ่งอาจจะมีการชำรุดที่ตัวท่อ ฝาหม้อน้ำ หรือตัวหม้อน้ำ ที่รั่วซึมทำให้ของเหลวในหม้อน้ำไหลออกจนไม่สามารถทำการระบายความร้อนออกจากเครื่องยนต์ได้ตามปกติ และนอกจากการชำรุดของตัวหม้อน้ำแล้ว การชำรุดของพัดลมก็ทำให้เกิดการโอเวอร์ฮีทได้เช่นกัน ซึ่งต่อให้หม้อน้ำอยู่สภาพปกติ แต่ใบพัดไม่ทำงาน การดูดความร้อนออกมาก็ทำไม่ได้ ทำให้รถเกิดการโอเวอร์ฮีทได้เช่นกัน ผลของการที่รถเกิด Over heat คือถ้าร้อนจนเกิดไปจะทำให้เครื่องดับ ไม่สามารถขับต่อได้ ซึ่งจะทำให้ฝาสูบโก่ง ถ้าเป็นอาการตรงนี้ บอกได้ครับว่าเรื่องใหญ่มาก เสียเงินซ่อมเยอะแน่ๆ ข้อควรระวังหากเกิดเหตุการเครื่องยนต์โอเวอร์ฮีทคือ ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำขณะที่เครื่องยนต์ยังร้อนมากๆ เพราะอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ครับ

การดูแลรักษาหม้อน้ำรถ

รู้จัก หม้อน้ำรถยนต์ กันไปแล้ว เรามาดูการดูแลรักษาให้มีสภาพพร้อมใช้งานกันดีกว่า ด้วยที่ระบบน้ำในเครื่องยนต์เป็นระบบปิด การที่อากาศจะเข้าไปนั่นแทบจะเป็นไปไม่ได้ ที่จะเกิด ปฏิกริยา Oxidation ที่จะทำให้เกิดสนิม ดังนั่นน้ำยาหม้อน้ำที่เติมกัน ไม่ได้ช่วยเรื่องการรักษาหม้อน้ำแต่อย่างใด แต่ตัวน้ำยามีจุดเดือดที่สูงกว่าน้ำปกติ จึงช่วยในเรื่องการลดความร้อนมากกว่า ส่วนที่จะทำให้หม้อน้ำมีปัญหาคือ ตะกรัน ตะกอน เศษต่างๆที่อาจจะไปอุดตันท่อ ให้ระวังเรื่องความสะอาดส่วนนี้ก็เพียงพอแล้ว และดูแลในส่วนของพัดลมระบายความร้อนให้ทำงานอย่างปกติ ควรถ่ายน้ำหม้อน้ำทุกๆ 20,000 กิโลเพื่อเป็นการทำความสะอาด เพียงแค่เท่านี้ เราก็จะมีหม้อน้ำใช้ไปอีกนานแล้วครับ

Loading

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *