Chat with us, powered by LiveChat

ข้อควรปฏิบัติในการดูแลยางรถยนต์ที่ดี | ฉบับแสนง่าย สไตล์ อีซี่

ผ่อนประกันรถอลิอัลซ์ ซี.พี.

ปัจจุบันนี้การขับขี่รถยนต์ให้ปลอดภัยนั้น นอกจากการดูแลรักษาเครื่องยนต์แล้ว การที่เราหมั่นดูแลรักษา ยางรถยนต์ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เนื่องจากยางรถยนต์เป็นชิ้นส่วนเดียวของรถที่สัมผัสกับพื้นถนนมากที่สุด เมื่อมีการใช้งานไปนานๆ ยากก็มีการสึกหรอ ถ้าหากเพื่อนๆละเลยอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร วันนี้ผม มี ข้อควรปฎิบัติในการดูแลยางรถยนต์ที่ดี มาฝากเพื่อนๆกันครับ

ข้อควรปฏิบัติในการดูแลยางรถยนต์ที่ดี

  1. วัดความดันลมยาง การเติมลมยางอ่อนกว่ามาตรฐานทำให้อายุยางสั้นลงบริเวณไหล่ยางจะเกิดความร้อนสูงและสึกหรอเร็วกว่าส่วนอื่น นอกจากนี้อาจทำให้แก้มยางฉีกขาดหรือหักได้และยังสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย ส่วนการเติมลมยางมากเกินไปไม่เป็นผลดีเช่นกันเพราะรถมีโอกาสการลื่นไถลได้ง่ายและโครงยางอาจระเบิดได้ง่ายเมื่อได้รับแรงกระแทก หรือถูกตำเนื่องจากโครงยางเบ่งตัวเต็มที่เกิดการยืดหยุ่นตัวได้น้อยอายุยาง นอกจากนี้ยังทำให้ความนุ่มนวลในขณะขับขี่ลดลงอีกด้วย
  2. ความดันลมยางที่เหมาะสมพิจารณาจากขนาดและรุ่นของรถยนต์ที่สัมพันธ์กับยางที่ใช้ ซึ่งสามารถสอบถามได้จากเจ้าหน้าที่ร้านขายยางหรือช่างที่อู่ประจำของคุณ ในรถยนต์นั่งส่วนบุคลทั่วไปจะใช้ความดันลมยางเฉลี่ยที่ 26-32 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว โดยยางล้อหน้าจะมากกว่ายางล้อหลัง 3-5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
  3. ลดน้ำหนักบรรทุก การบรรทุกน้ำหนักมากเกินไป จะทำให้มีการบิดตัวบริเวณหน้ายางที่สัมผัสพื้นผิวถนนมาก ทำให้เกิดความร้อนได้ง่ายเป็นผลให้มี การสึกหรอของเนื้อยางอย่างรวดเร็ว อายุยางก็จะสั้นลง ขอแนะนำให้ตรวจสิ่งของที่บรรทุกอยู่เสมอ หากมีมากเกินความจำเป็น เช่น น้ำเปล่าขวดลิตรที่ได้มาฟรีจากการเติมน้ำมัน บางทีก็มีมากเกินไปจนทำให้รถหนัก และยางรถสึกหรอโดยใช่เหตุ
  4. ลดความเร็วในการขับ ขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วสูงจะมีแรงเสียดทานและความร้อนที่เกิดขึ้นทำให้ความต้านทานต่อการสึกหรอ จึงทำให้อายุของยางลดลงตามไปด้วย จึงควรหลีกเลี่ยงการขับรถด้วยความเร็วเกินไป เพื่อถนอมอายุยางรถให้ใช้ได้นานขึ้น
  5. เลี่ยงการเบรกและการออกตัวแรง การเบรกจนล้อหยุดหมุนแล้วแรงเฉื่อยของตัวรถจะดันให้ล้อลื่นไถลไปกับพื้นถนนทำให้ยางเกิดการสึกหรอ โดยจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความเร็วและระยะในการเบรก นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการออกตัวอย่างรุนแรงจนล้อหมุนฟรีเพราะหน้ายางจะเสียดสีกับพื้นถนนอย่างหนักทำให้ยางสึกหรอเร็วขึ้น
  6. ตรวจสภาพรถยนต์ เช่น ช่วงล่างและศูนย์ล้อมีผลอย่างมากกับการสึกหรอที่รวดเร็ว หากระบบศูนย์ล้อผิดพลาดไปจากสเปคของรถจะทำให้เกิดแรงเสียดทานและลื่นไถลที่หน้ายางมากกว่าปกติ
  7. สภาพผิวถนน ยิ่งผิวถนนราบเรียบมากเท่าไหร่ยางก็จะยิ่งสึกหรอช้าและใช้งานได้นานขึ้นกว่าการขับรถบนถนนที่ขรุขระมากเท่านั้น เพราะความต้านทานต่อการหมุนบนถนนเรียบมีน้อยกว่า ยางรถจึงเสียดสีกับผิวถนนเพื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยแรงที่น้อยกว่า นอกจากนี้ลักษณะเส้นทางก็มีผลเช่นกันการขับขี่บนทางตรงจะเกิดการสึกหรอช้ากว่าการขับขึ้นเขาหรือขับบนถนนที่คดเคี้ยว ถ้าเลือกได้จึงควรใช้เส้นทางที่ขับตรงได้มากกว่า
  8. สภาพภูมิอากาศ ยางรถยนต์มีส่วนผสมหลักเป็นยางธรรมชาติ จึงทนต่ออุณหภูมิสูงได้น้อยกว่ายางสังเคราะห์ ดังนั้นหากยางเกิดความร้อนมากขึ้นจากการใช้งานก็จะยิ่งส่งผลต่อการสึกหรอที่รวดเร็วขึ้น

เป็นยังไงบ้างครับเพื่อนๆ ก่อนที่เพื่อนจะเดินทางไปสถานที่ต่างๆ เพื่อนควรที่จะตรวจสอบสภาพรถ ก่อนออกเดินทางกันด้วยนะครับ โดยเฉพาะ ยางรถยนต์ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อยนะครับ ถ้าหากผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยนะครับ

760 total views, 1 views today

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *