Chat with us, powered by LiveChat

น้ำพระทัยหลั่งรินทั่วแผ่นดินไทย

11

นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ได้เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ เมื่อวันที่ ๙มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙  จนถึงวันนี้นับเป็นเวลา กว่า ๖๐ ปีแห่งรัชสมัย  พระราชปณิธานแห่งพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจากกระแสพระราชดำรัสอันเป็นพระปฐมบรมราชโองการว่า  “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”  กระแสพระราชดำรัสนี้  ยังก้องอยู่ในหัวใจชาวไทยทั้งชาติ  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  พสกนิกรชาวไทยต่างซาบซึ้งในพระราชหฤทัยและพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอย่างหาที่เปรียบมิได้  จนถึงวันนี้เราชาวไทยตระหนักแล้วว่าพระองค์ทรงเป็นยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์ด้วยทศพิธราชธรรมอันเปี่ยมล้น  ด้วยพระเมตตาที่ทรงมีต่ออาณาประชาราษฎร์โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ   ด้วยพระปรีชาสามารถ และด้วยพระวิริยะอุสาหะต่อพระราช-กรณียกิจทั้งปวง  เพื่อช่วยราษฎรที่ยังยากจนในทุกภูมิภาค  ทรงเน้นการช่วยเหลือพสกนิกรด้วยการพัฒนาเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรให้ดีขึ้น  โดยมีหลักสำคัญเบื้องต้นคือให้ราษฎรพออยู่พอกินและสามารถพึ่งตนเองได้

ตลอดเวลากว่า ๖๐ ปี ทรงตรากตรำพระวรกายอย่างมากเพื่องานในโครงการพระราชดำริต่างๆ  แต่ก็มิได้ทรงท้อต่อความลำบากและความเหน็ดเหนื่อย  ทรงติดตามผลงานอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้งานทุกขั้นตอนดำเนินไป  และสามารถให้ประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนโดยส่วนรวม  ตลอดทั้งปีจะทรงแปรพระราชฐานเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ  พระราชราชกรณียกิจส่วนใหญ่ของพระองค์  คือการวางแผนพัฒนาเพื่อความเจริญก้าวหน้า  และความมั่นคงในพื้นที่ทุกด้านอย่างสอดคล้องต้องกันเสมอ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงเน้นการช่วยเหลือให้ราษฎรสามารถ  “พึ่งตนเองได้”  โดยพระองค์จะมีแนวพระราชดำริในการพัฒนาเรียกว่า  “การระเบิดจากข้างใน”  คือต้องเข้าไปช่วยเหลือราษฎรในชุมชนต่างๆ  ให้มีความเข้มแข็ง ก่อนที่จะออกมาติดต่อกับสังคมภายนอก  ความช่วยเหลือต่างๆจะสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและสภาพภูมิประเทศ  เป็นลักษณะของการเตรียมความพร้อมของชุมชนอย่างค่อยเป็นค่อยไปให้สามารถรับการบริการด้านการพัฒนาของรัฐในด้านต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ  นอกจากนี้พระองค์ยังทรงเน้นในด้านจิตวิทยาอีกด้วย  ทรงมีพระราชดำรัสว่า  “เราต้องคำนึงถึงด้านจิตวิทยาด้วย  คือต้องไปให้เร็วที่สุด”  ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า  ที่ราษฎรกำลังประสบอยู่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าตนมิได้ถูกทอดทิ้งแต่ประการใดการดำเนินงานนั้น  พระองค์ทรงเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมโครงการเป็นสำคัญ  โดยประชาชนคือผู้ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง  ในขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงความประหยัดและผลประโยชน์จากสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติให้มากที่สุด  ยกเว้นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องช่วยเหลือที่กำลังประสบความทุกข์ยากซึ่งต้องช่วยเหลือโดยด่วน

 

1323064958
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงเน้นการช่วยเหลือให้ราษฎรสามารถ  “พึ่งตนเองได้”  โดยพระองค์จะมีแนวพระราชดำริในการพัฒนาเรียกว่า  “การระเบิดจากข้างใน”  คือต้องเข้าไปช่วยเหลือราษฎรในชุมชนต่างๆ  ให้มีความเข้มแข็ง ก่อนที่จะออกมาติดต่อกับสังคมภายนอก  ความช่วยเหลือต่างๆจะสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและสภาพภูมิประเทศ  เป็นลักษณะของการเตรียมความพร้อมของชุมชนอย่างค่อยเป็นค่อยไปให้สามารถรับการบริการด้านการพัฒนาของรัฐในด้านต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ  นอกจากนี้พระองค์ยังทรงเน้นในด้านจิตวิทยาอีกด้วย  ทรงมีพระราชดำรัสว่า  “เราต้องคำนึงถึงด้านจิตวิทยาด้วย  คือต้องไปให้เร็วที่สุด”  ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า  ที่ราษฎรกำลังประสบอยู่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าตนมิได้ถูกทอดทิ้งแต่ประการใดการดำเนินงานนั้น  พระองค์ทรงเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมโครงการเป็นสำคัญ  โดยประชาชนคือผู้ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง  ในขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงความประหยัดและผลประโยชน์จากสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติให้มากที่สุด  ยกเว้นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องช่วยเหลือที่กำลังประสบความทุกข์ยากซึ่งต้องช่วยเหลือโดยด่วน
หลักการในการพัฒนา  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  จะทรงพิจารณาถึงปัญหาสภาพแวดล้อมแต่ละพื้นที่เป็นหลักโดยเฉพาะความกระตือรือล้นของคนในพื้นที่รวมทั้งปัญหาและความต้องการของเขาเหล่านั้นเป็นพิเศษ  ทรงมีพระราชดำรัสว่า  “การพัฒนาจะต้องเป็นไปตามภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์และภูมิประเทศทางสังคมศาสตร์ในสังคมวิทยา  ภูมิประเทศทางสังคมวิทยา คือ นิสัยใจคอของคนเรา จะไปบังคับให้คนคิด อย่างอื่นไม่ได้  เราต้องแนะนำ  เราเข้าไปช่วยโดยที่จะคิดให้เขาเข้ากับเราให้ได้  แต่ถ้าเราไปแล้วเราไปดูว่าเขาต้องการอะไรจริงๆ  แล้วอธิบายให้เขาเข้าใจหลักการเข้าไปพัฒนานี้ จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงเน้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตกับวงจรของธรรมชาติอยู่เสมอ  เพื่อรักษาความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ  การอนุรักษ์ฟื้นฟูรักษาธรรมชาติไว้ได้อย่างเหมาะสมในเรื่องสำคัญ ๓เรื่อง คือ ที่ดิน ป้าไม้ และน้ำ
ในเรื่องที่ดิน  พระองค์ตระหนักดีว่า  ที่ดินที่มีอยู่มีอย่างจำกัดทรงหาวิธีแก้ไขด้วยการพยายามเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรโดยอาศัยเทคนิคทางวิชาการที่เหมาะสมมาประยุกต์ไว้  รวมทั้งทรงหาวิธีพัฒนาที่ดินรกร้างว่างเปล่า  เพื่อจัดสรรแก่ผู้ไร้ที่ทำมาหากินได้ประกอบอาชีพ
ในเรื่องป่าไม้  ทรงเห็นว่าป่าไม้มีประโยชน์ในแง่ของการอนุรักษ์ที่ดิน  เป็นต้นลำธาร  ทรงพยายามฟื้นฟูสภาพป่า  หาวิธีที่จะให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการปลูกป่าในลักษณะที่มีการทำเกษตรในรูปแบบต่างๆควบคู่ไปกับการปลูกปรับปรุงดูแลรักษาป่าไม้
และในเรื่องของน้ำ  ได้แก่สร้างอ่างเก็บน้ำ  เหมือง  ฝาย  เพื่อรักษาน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง  และรักษาพื้นที่โดยรอบให้เกิดความชุ่มชื้น  ทรงเลือกสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆเป็นโครงการที่ให้ประโยชน์กับชุมชนระดับหมู่บ้าน  อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง  และขนาดเล็กให้เน้นประโยชน์ทางด้านการเกษตรเป็นหลัก จะเห็นได้ว่าพระราชกรณียกิจทั้งปวงแห่งพระองค์ท่าน  ได้ทำเพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฎร์โดยแท้จริง

1,529 total views, 1 views today

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *