ชนแล้วไม่มีคู่กรณี แบบนี้จะทำยังไง เบิกค่าสินไหมคืนได้ไหม ?

การทำประกันรถยนต์มีด้วยกันหลายแบบ ประกันภัยรถยนต์ ประเภทชั้น 1 2 และ 3 ในบางบริษัทมีประกันแบบ 2+  หรือ 3+ เพิ่มมาให้พิจารณาเลือกด้วยเช่นกัน หลายๆ ท่านอาจมีคำถามว่าถ้าไม่มีคู่กรณี จะเบิกค่าสินไหมได้ไหม ก่อนอื่นผู้ทำประกันภัยรถยนต์จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับระดับความคุ้มครองของประกันแต่ละประเภทเสียก่อน ดังนี้

ชนแล้วไม่มีคู่กรณี แบบนี้จะทำยังไง เบิกค่าสินไหมคืนได้ไหม ?

ชนแล้วไม่มีคู่กรณี แบบนี้จะทำยังไง เบิกค่าสินไหมคืนได้ไหม ?

  • ประกันภัยประเภทชั้น 1 เป็นประกันภัยที่มีระดับความคุ้มครองสูงที่สุด ไม่ว่าจะคุ้มครองต่อบุคคลภายนอกทั้งชีวิตและทรัพย์สิน คุ้มครองต่อความเสียหายทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นรถหาย ไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ รวมถึงการชนกันแบบไม่มีคู่กรณีด้วย แต่ก็ยังต้องชำระค่าเสียหายส่วนแรกหรือ excess ตามเงื่อนไข 4ก. ที่ค.ป.ภ. กำหนด)
  • ประกันภัยประเภทชั้น 2 และ 2+ โดยหลักๆแล้ว ประกันภัยชั้น 2 นี้จะครอบคลุมเฉพาะความเสียหายต่อบุคคลภายนอก ความเสียหายจากรถไฟไหม้ สูญหายหรือถูกขโมย แต่จะรวมความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าเป็นประเภท 2 หรือ 2+ แต่ที่สำคัญคือประภันภัยชั้น 2 นี้จะชดเชยค่าเสียหายให้กับการชนกันทางบกกรณีมีคู่กรณีเท่านั้น และไม่คุ้มครองถ้าการชนนั้นไม่มีคู่กรณี
  • ประกันภัยประเภทชั้น 3 และ 3+ เป็นประกันภัยที่มีการชดเชยความเสียหายน้อยที่สุด โดยจะชดเชยความเสียหายให้กับบุคคลภายนอกเท่านั้น ซึ่งประกันภัยชั้น 3+ อาจจะชดเชยเพิ่มเติมในกรณีที่มีการชนกันกับพาหนะทางบกเท่านั้น แต่ทั้งสองประเภทก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองกรณีรถหาย ไฟไหม้ หรือถูกขโมย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เกิดการชนแบบไม่มีคู่กรณีก็ไม่ได้รับการชดเชยใดๆ

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า ประกันภัย ประเภทที่จะชดเชยค่าสินไหมจากการชนกรณีที่ไม่มีคู่กรณีคือ ประกันชั้น1 ซึ่งสามารถตอบคำถามที่ว่า ไม่มีคู่กรณีจะเบิกค่าสินไหมได้หรือไม่ ถ้าผู้ทำประกันได้ทำประกันภัยประเภทที่ 1 เอาไว้ก็สามารถเรียกค่าสินไหมชดเชยความเสียหายได้

อีกกรณีหนึ่งซึ่งเกิดได้บ่อยมาก เช่น เมื่อเกิดการชนกันแล้วคู่กรณีอีกฝ่ายที่รู้ตัวว่าผิดหลบหนีไปเลยทันที ก็จะกลายเป็นไม่มีคู่กรณี ยิ่งถ้าไม่ได้ทำประกันเอาไว้ก็จะไม่ได้ค่าสินไหมชดเชยแน่นอน แม้ว่าการทำ ประกันภัยชั้น 1 จะได้รับการคุ้มครองที่ดีกว่า ในกรณีที่ไม่มีคู่กรณีก็ได้รับการชดเชย แต่ผู้ทำประกันก็จะต้องแลกมากับการจ่ายค่าเบี้ยประกันที่มากกว่าการทำประกันแบบ 2 และ 3 ถ้าผู้ทำประกันไม่ต้องการจ่ายค่าประกันที่สูงมากก็ควรติดกล้องหน้ารถเอาไว้ และเมื่อเกิดอุบัติเหตุควรตั้งสติและรีบบันทึกภาพในกรณีที่คู่กรณีจะหลบหนีได้ทันก็จะช่วยเป็นหลักฐานในการแจ้งประกันว่าเป็นการชนกันที่มีคู่กรณี

ขอบคุณรูปภาพจาก ไทยรัฐออนไลน์

1,191 total views, 4 views today

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *