4 สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนแจ้งเคลมประกันภัยรถยนต์ เมื่อรถชนควรทำไงดี

แจ้งเคลมประกันภัยรถยนต์

เมื่อเกิดอุบัติเหตุสิ่งแรกที่หลายคนมักจะทำคือตกใจทำอะไรไม่ถูก และรีบโทร แจ้งเคลมประกันภัยรถยนต์ ทันที โดยไม่รู้รายละเอียดเบื้องต้นเลยว่า อุบัติเหตุที่เกิดเป็นรูปแบบใด คู่กรณีเป็นใคร และประกันของเราคุ้มครองอะไรบ้าง แน่นอนว่าเมื่อโทรหาเจ้าหน้าที่ประกันเราไม่สามารถบอกได้ว่ารายละเอียดเป็นแบบใด ทำให้เกิดการเสียเวลาซักถามกันไม่น้อย ดังนั้นเราไปดูกันว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นเราควรทำอย่างไรก่อนโทรแจ้งประกัน

ก่อนแจ้งเคลมประกันภัยรถยนต์ ควรรู้อะไรบ้าง ?

  • ข้อมูลรถยนต์ของเรา

สิ่งแรกเลยที่หลายคนมองข้าม คือ ข้อมูลรถยนต์ของเรานี่แหละ เชื่อไหมว่าบางคนขับรถมานานนับปี ไม่เคยศึกษารายละเอียดรถของตนเองเลย ว่ารถของเราเป็นประเภทอะไร ยี่ห้ออะไร รุ่นอะไร ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ยังไม่เกิดกับเรา ก็ควรรู้เอาไว้เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุจะได้ไม่ต้องมานั่งหาข้อมูลให้เสียเวลา

  • ข้อมูลอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น สิ่งแรกที่เราควรทำคือ “ตรวจดูว่ามีคนบาดเจ็บหรือไม่” ถ้าเกิดมีรีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) ที่ให้บริการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง โดยจะต้องแจ้งให้ทาง สพฉ. ทราบ;ว่าเกิดอุบัติเหตุอะไร จุดเกิดอุบัติเหตุอยู่ที่ไหน เกิดอุบัติเหตุเมื่อไหร่ แจ้งอาการของผู้บาดเจ็บมากน้อยเพียงใด ถ้าไม่มีคนบาดเจ็บควรรู้ข้อมูลก่อนแจ้งเคลมดังนี้

  • ข้อมูลคู่กรณีของเรา

ตรวจสอบว่าคู่กรณีของเราเป็นใคร ผู้โดยสารที่มากับคู่กรณีมีกี่คน มีคนพบเห็นเหตุการณ์หรือไม่ เพื่อสามารถเป็นพยานในที่เกิดเหตุ แนะนำอย่าขยับรถเป็นอันขาด หรือให้ถ่ายรูปเอาไว้เป็นหลักฐาน เพื่อป้องกันการเคลียร์ไม่ลงตัว หรือคู่กรณีเคลียร์ไม่รู้เรื่อง เก็บทุกรายละเอียด และเน้นว่าถ้าเราเป็นฝ่ายผิดคือผิด ให้ยอมรับอย่าโยนความผิดเพราะจะทำให้เรื่องยืดยาว เราทำประกันไม่ต้องไปกลัว !!!

  • ข้อมูลรายละเอียดกรมธรรม์ประกันภัย

เรื่องแบบนี้ใครก็คงไม่เชื่อว่าก่อน แจ้งเคลมประกันรถยนต์ บางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารถของเราทำประกันชั้นอะไรเอาไว้ และหลายคนชอบเอากรมธรรม์ไว้บ้าน ไม่ยอมพกติดรถไว้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นจึงไม่รู้ว่าข้อมูลประกันภัยรถยนต์เป็นอย่างไร เลขที่กรมธรรม์อะไร ทำให้เกิดการล่าช้าในการแจ้งเคลมและค้นหาข้อมูลผู้เอาประกัน

การแจ้งเคลมประกันภัยรถยนต์ หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เจ้าหน้าที่ล่าช้า” โดยไม่ได้ดูว่าข้อมูลที่เราให้เพียงพอหรือไม่ หรือเมื่อเกิดเหตุเราแจ้งทันทีเลยหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น เกิดเหตุปุ๊บก็ต้องลงไปตรวจสอบว่ามีใครบาดเจ็บไหม อะไรเสียหายบ้าง กว่าจะโทรศัพท์แจ้งเคลมประกัน กว่าจะให้ข้อมูล กว่าเจ้าหน้าที่จะค้นหาข้อมูลพบ เพราะเราไม่รู้ข้อมูลก่อนแจ้งเคลม และกว่าจะมาถึงที่เกิดเหตุ แน่นอนว่าถ้าใครไม่เตรียมพร้อมเรื่องข้อมูล เวลาในการดำเนินการช้ากว่า 30 นาทีแน่นอน แต่ถ้าใครรู้ข้อมูลที่บอกไปข้างต้น 10 นาทียังถือว่าเวลาเหลือ ๆ เลยทีเดียว


แนะนำโดย : Easyinsure.co.th

410 total views, 1 views today

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *