วิธีเช็คน้ำมันเครื่องรถยนต์ ด้วยตนเอง ที่ถูกต้องควรทำอย่างไร

เช็คน้ำมันเครื่องรถยนต์

เมื่อคุณต้องขับรถเป็นประจำ สิ่งทนึ่งที่ต้องทำอยู่เป็นประจำเช่นกันอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ต่อครั้งคือ เช็คน้ำมันเครื่องรถยนต์ ที่เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการปกป้องเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

หลาย ๆ คนที่ใช้รถเป็นประจำ แต่ก็มักจะลืมเช็คน้ำมันเครื่อง เพราะด้วยทำงานอย่างเดียวจนไม่มีเวลาตรวจเช็คเรื่องของรถยนต์ แต่รู้หรือไม่ว่าการเช็คน้ำมันเครื่องรถยนต์เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลย วันนี้เราจะมาแนะนำถึงความสำคัญของน้ำมันเครื่อง คืออะไร มีหน้าที่อะไรกับเครื่องยนต์ และวิธีการเช็คน้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง เช็คเวลาไหนดี เค้าทำกันอย่างไร

น้ำมันเครื่อง หรือน้ำมันหล่อลื่น ประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ น้ำมันพื้นฐาน และสารเพิ่มคุณภาพ โดยน้ำมันเครื่องมีหน้าที่ลดแรงเสียดทานของวัตถุชิ้นที่เสียดสีกัน และทำการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ เคลือบช่องว่างระหว่างผิวสัมผัส พร้อมทำความสะอาดเขม่าและเศษโลหะภายในเครื่องยนต์ ป้องกันการกัดกร่อนจากสนิมและกรดต่าง ๆ และป้องกันกำลังอัดของเครื่องยนต์รั่วไหล

น้ำมันเครื่อง ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญช่วยหล่อลื่นและปกป้องเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ น้ำมันเครื่องย่อมมีการเสื่อมสภาพ ปริมาณที่ลดลงไปจากการเผาไหม้เมื่อมีการใช้งานไปสักระยะ น้ำมันเครื่องมีความสำคัญต่อเครื่องยนต์มาก เพราะไม่เพียงหล่อลื่น ลดการสึกหรอ แต่ทำหน้าที่หลายอย่างควบคู่กันด้วย เช่น ระบายความร้อน ป้องกันสนิม ลดการกัดกร่อน ดังนั้นต้องใช้น้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพดีในปริมาณที่เหมาะสม

ผู้ใช้รถควรหมั่นตรวจเช็คสภาพน้ำมันเครื่องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีปริมาณน้ำมันเพียงพอสำหรับหล่อลื่นให้กับเครื่องยนต์ได้ทั้งระบบ

3 วิธีการเช็คน้ำมันเครื่องรถยนต์

  1. ต้องติดเครื่องทิ้งไว้สักครู่แล้วดับเครื่องยนต์ จากนั้นรอสัก 5 นาที แล้วค่อยดึงเอาเหล็กวัดระดับน้ำมันเครื่องขึ้นมา การทำแบบนี้ทำให้เราทราบระดับของน้ำมันเครื่องในช่วงที่เครื่องทำงานจริง มีการส่งน้ำมันไปยังส่วนต่าง ๆ ของเครื่องแล้วว่ามันเหลืออยู่เท่าไหร่
  2. การดูปริมาณน้ำมันที่ก้านวัดให้ทำ 3 ครั้ง ไม่ใช่เพียงดึงครั้งเดียว การดูปริมาณน้ำมันให้ทำถึง 3 ครั้ง โดยให้ดึงเหล็กขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดเป็นครั้งที่ 1 จากนั้นจุ่มลงไปเอาขึ้นมาตรวจสอบเป็นครั้งที่ 2 และจุ่มลงไปดึงขึ้นมาอีกครั้งเป็นครั้งที่ 3 และดูระดับน้ำมันทั้งสองครั้งหลัง ถ้าระดับน้ำมันเครื่องอยู่ระหว่างขีด F กับ L หรือ Max กับ Min แสดงว่าน้ำมันเครื่องอยู่ในระดับปกติ ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป เพื่อความมั่นใจว่ามีปริมาณน้ำมันเครื่องเพียงพอจริง ๆ ให้ทำการตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่องอยู่เป็นประจำทุก ๆ 1-2 สัปดาห์/ครั้ง หรือ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
  3. นอกจากปริมาณน้ำมันแล้ว ต้องดูความหนืดและสีของน้ำมันเครื่องด้วย ซึ่งส่วนมากจะดูแต่ระดับความสูงอย่างเดียว ซึ่งความจริงต้องดูความหนืดและสีว่า ถ้ามีสีเข้มแสดงว่ามีเขม่าปนเปื้อนมาก และหากมีความหนืดน้อยแปลว่าน้ำมันเสื่อมสภาพในการหล่อลื่นแล้ว หากปล่องทิ้งไว้นาน จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว และระบายความร้อนได้ต่ำ ซึ่งทางที่ดีควรเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องใหม่จะดีกว่าและเป็นการรักษาเครื่องยนต์ด้วย

เช็คน้ำมันเครื่องควรเช็คช่วงเวลาไหนดี

ตามที่เคยได้ยินกันมาว่าต้องจอดรถทิ้งไว้ข้ามคืนวันรุ่งขึ้นค่อยมาเช็คเพราะน้ำมันเครื่องจะไหลกลับลงอ่างอย่างเต็มที่และหายร้อน จะมีความข้นและเหนียวมากขึ้น เมื่อดังก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องขึ้นมาน้ำมันจะติดที่ก้านวัดได้ดี บ้างก็บอกว่าหลังจากดับเครื่องสัก 4-5 นาทีเพื่อให้น้ำมันเครื่องไหลกลับลงสู่อ่างน้ำมันเครื่องด้านล่างก็ตรวจได้ทันที ทำให้ในตอนนี้หลายคนสงสัยว่าควรเช็คน้ำมันเครื่องช่วงเวลาไหนดี

ควรเช็คน้ำมันเครื่องด้วยการวัดระดับน้ำมันเครื่องทุก 1 หรือห่างได้ก็ 2 สัปดาห์ พร้อมสังเกตความผิดปกติของการพร่อง หาก 10,000 กม. ไม่ลดต่ำกว่าขีดล่างก็ดี แต่ถ้าต่ำกว่าก็ต้องตรวจการรั่วซึม ถ้าไม่รั่วก็อาจพิจารณาเปลี่ยนเบอร์หนืดขึ้น เพราะเมื่อใช้งานไปแล้วสักพักก็ไม่จำเป็นต้องเติมเต็มขีดบนเสมอ หากไม่ต่ำกว่าขีดล่าง และการวัดควรวัดหลังจากเครื่องยนต์ทำงานปกติ โดยดับทิ้งไว้สักครู่ 1-5 นาที ไม่ต้องรอข้ามคืน ซึ่งวิธีวัดนี้เป็นวิธีที่ถูกต้องตามหลักการสากลแล้ว

สำหรับความถี่การวัดระดับน้ำมันเครื่องในปัจจุบันก็เช่นกัน หากวัดทุกครั้งแล้วพบว่ามีการลดระดับ หมายถึง 10000 กม.ไม่ลดจากขีดบนจนต่ำกว่าขีดล่าง หรือสัปดาห์ละ 1-2 มม. แนะนำให้วัด 1-2 สัปดาห์/ครั้ง

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ เช็คน้ำมันเครื่องรถยนต์ ให้ถูกวิธี กับข้อมูลดังกล่าวข้างต้นที่ได้อ่านมาน่าจะมีประโยชน์สำหรับผู้ใช้รถกันไม่มากก็น้อย ลองนำไปปรับใช้กับรถยนต์ของคุณกัน เพียงแค่เสียเวลาเช็คไม่เกิน 10 นาที ดีกว่าต้องเสียเวลารอรถเข้าซ่อมนานเป็นวันนะ

อ่านเพิ่มเติม : ขับรถทางไกล ไปต่างจังหวัด ต้องเช็คอะไรบ้าง ?

และอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือ การเลือกทำประกันรถยนต์ที่ถูกตามหลักการใช้งานของเรา เพราะการเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ก็มีข้อดีคือให้ความคุ้มครองเราและรถคู่กรณีทุกอย่าง รวมถึงมีบริการพิเศษอีกมากมายให้เวลารถยนต์เราฉุกเฉินต้องการความช่วยเหลือด่วน ประกันภัยจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือเราได้ทันเหตุการณ์ ทำให้เราอุ่นใจได้เสมอไปไหนมาไหนก็สบายใจเมื่อเกิดอุบัติเหตุใด ๆ เกิดขึ้น

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมด้านประกันภัยรถยนต์ สามารถปรึกษาเรา อีซี่ อินชัวร์ โบรกเกอร์ ได้ที่ Easyinsure.co.th ตลอด 24 ชั่วโมง เราพร้อมเสมอที่จะดูแลรถของคุณ และคุณให้ได้รับความพอใจและปลอดภัยเมื่ออยู่บนท้องถนนเสมอ

263 total views, 3 views today

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *