Chat with us, powered by LiveChat

เคลมประกันรถ คืออะไร ย่อมาแล้ว อ่านไม่กี่นาที ก็เข้าใจ

ความหมายของการเคลม ประกันรถ ก็คือ การนำรถที่เสียหายจากอุบัติเหตุหรือภัยต่างๆ เข้าซ่อม โดยสามารถนำไปซ่อมที่ศูนย์บริการของรถยี่ห้อนั้นๆ หรืออู่มาตรฐานที่มีรายชื่ออยู่ในเครือข่ายของบริษัทประกัน ก่อนที่จะทำเรื่องเคลมประกันรถจะต้องมั่นใจเสียก่อนว่า อุบัติเหตุหรือความเสียหายที่เกิดกับตัวรถของเรานั้นอยู่ในเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันที่เราทำ อาจจะทำการตรวจสอบในเอกสารกรมธรรม์หรือโทรสอบถามกับทางตัวแทนประกันภัยก็ได้ การเคลมประกันแบ่งได้เป็น 2 ประเภทดังนี้

การเคลมสด ความหมายคือ การที่ผู้ทำประกันแจ้งกับทางตัวแทนบริษัทประกันให้เข้ามาตรวจสอบความเสียหายเช่นในกรณีเกิดอุบัติเหตุรถชน รถหาย หรือไฟไหม้ โดยเมื่อตัวแทนเข้ามาตรวจสอบแล้วจะทำการออกเอกสารการนำรถเข้าซ่อมให้กับทางผู้ทำประกัน ซึ่งผู้ทำประกันสามารถนำเอกสารนี้เข้าไปทำเรื่องเคลมกับทางศูนย์บริการหรืออู่มาตรฐานที่ตนเองสะดวกก่อนจะนำรถเข้าไปซ่อมได้ต่อไป

การเคลมแห้ง การเคลมประกันในลักษณะนี้คือผู้ทำประกันทำเรื่องเคลมด้วยตนเอง เช่น ถอยรถชนกับต้นไม้หน้าบ้านแล้วรถมีรอยบุบ ถ้าเจ้าของรถได้ทำประกันที่คุ้มครองความเสียหายดังกล่าวไว้ก็สามารถโทรแจ้งกับตัวแทนประกันเพื่อตรวจสอบว่าสามารถนำรถเข้าไปเคลมที่ศูนย์บริการหรืออู่ไหนได้บ้าง หลังจากนั้นจึงนำรถเข้าไปแจ้งเรื่องที่ฝ่ายรับแจ้งเคลมของศูนย์บริการนั้นๆ ต่อไป

สำหรับการเคลมประกันไม่ว่าจะเป็นแบบแห้งหรือแบบสดก็ตาม มีสิ่งสำคัญหลายประเด็นที่ผู้ทำประกันต้องทำความเข้าใจให้ดีเสียก่อนจะทำเรื่องเคลม ยกตัวอย่างเช่น ค่าเสียหายส่วนแรกซึ่งเป็นเงินที่ผู้แจ้งเคลมจะต้องจ่ายให้กับทางตัวแทนประกัน (ยกเว้นกรณีระบุไว้ในกรมธรรม์ว่าไม่ต้องจ่าย สำหรับในกรณีการซื้อประกันกับโบรกเกอร์บางราย) โดยค่าเสียหายส่วนแรกมักจะต้องเสียในกรณีดังต่อไปนี้ ไม่ทราบคู่กรณีเช่นมีรถเข้ามาเฉี่ยวแล้วไม่สามารถระบุรายละเอียดวันเวลาสถานที่และลักษณะของคู่กรณีได้ สำหรับผู้ทำประกันถ้ามีการติดกล้องหน้ารถหรือหลังรถเพื่อบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ ทางบริษัทประกันก็จะมีส่วนลดพิเศษค่าเบี้ยประกันให้กับทางผู้ทำประกันด้วย เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานในการพิจารณารูปคดีของอุบัติเหตุได้ว่าใครเป็นฝ่ายผิด แม้ว่าการเคลมประกันจะสามารถทำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ขอเพียงแค่ยังอยู่ในเงื่อนไขประกัน แต่การเคลมประกันบ่อยๆ โดยที่ผู้เคลมเป็นฝ่ายผิดเอง สำหรับค่าเบี้ยประกันในปีถัดไปอาจจะถูกปรับเพิ่มขึ้นจากการมีประวัติการขับที่ไม่ดี ดังนั้นก็ควรขับรถด้วยความไม่ประมาทเพื่อตัดการเกิดปัญหาที่ต้นเหตุเลยดีกว่า

ขอบคุณภาพจาพ Rabbit Daily

6,663 total views, 13 views today

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *