5 เหตุผลที่ไม่ควรเคลมประกันบ่อย

เมื่อกล่าวถึงเรื่องของการทำประกันภัยรถยนต์ ทุกคนจะนึกถึงอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และไม่มีใครที่อยากให้เกิดขึ้นกับตนเอง แน่นอนว่าเมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้นสิ่งที่รองลงมาคือ การแจ้งเคลมประกัน ที่นอกจากเสียเวลาแล้วยังส่งผลให้เรามีประวัติการเคลมด้วยนะ แล้วประวัติการเคลมถ้าเราติดต่อเข้าเคลมบ่อย ๆ จะมีผลเสียอย่างไรล่ะ ?

เหตุผลที่ไม่ควรเคลมประกันบ่อย

1. ประวัติเสีย

หากคุณแจ้งเคลมประกันบ่อยครั้ง คุณจะเป็นผู้ขับขี่ประวัติเสีย หมายถึง ผู้ขับขี่ที่มีการแจ้งเคลมบ่อยเกินปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะแจ้งเคลมบ่อยครั้งไม่ได้ เพราะอุบัติเหตุเราไม่สามารถควบคุมได้

ดังนั้นหากคุณมีประวัติแจ้งเคลมบ่อย ๆ บริษัทประกันภัยจะมองถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นและทำให้เวลาคุณ ต่อประกันภัยรถยนต์ เบี้ยจะสูงขึ้นนั่นเอง

2. เสียเวลา

สำหรับใครที่เคยแจ้งเคลมจะพบว่า กว่าจะนำรถเข้าซ่อม กว่าจะซ่อมรถเสร็จเสียเวลามากแค่ไหน อย่างต่ำ ๆ ก็ใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน ขึ้นอยู่กับคิวซ่อม และอู่ซ่อมในเครือว่ามีรองรับมากน้อยเพียงใด

ดังนั้นถ้าไม่อยากให้เสียเวลา เราก็เลือกซ่อมกับอู่ที่คิวซ่อมน้อย และเลือกบริษัทประกันภัยที่มีอู่รองรับในพื้นที่ใกล้ที่พักอาศัย

3. ไม่ได้รับส่วนลดต่างๆ

ส่วนลดต่าง ๆ ที่ผู้ขับขี่ประวัติดีจะได้รับ เช่น ส่วนลดสำหรับผู้ขับขี่ที่ไม่มีประวัติการเคลมในปีที่ผ่านมา หรือแจ้งเคลมเฉพาะกรณีที่ตนเองเป็นฝ่ายถูก หรือการเคลมนั้น ๆ มีความเสียหายไม่เกิน 200% ของค่าเบี้ยประกันภัย

ซึ่งถ้าคุณแจ้งเคลมบ่อย ๆ ส่วนลดส่วนนี้คุณจะไม่ได้ครับ ทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น โดยส่วนลดประวัติดีมีรายละเอียดดังนี้

  • ประวัติดีปีแรก รับส่วนลด 20%
  • ประวัติดี 2 ปีติดต่อกัน รับส่วนลด 30%
  • ประวัติดี 3 ปีติดต่อกัน รับส่วนลด 40%
  • ประวัติดี 4 ปีขึ้นไป รับส่วนลด 50%

อ่านเพิ่มเติม : ขับรถมาไม่เคยแจ้งเคลมประกันรถยนต์เลย แบบนี้ขอลดเบี้ยประกันภัยได้หรือไม่ ?

4. เบี้ยประกันภัยสูงขึ้น

หากต้องการให้เบี้ยประกันภัยราคาถูกลงกว่าเดิม แนะนำว่าให้ขับขี่อย่างระมัดระวัง และแจ้งเคลมเมื่อยามจำเป็น อาทิเช่น หากรถเกิดรอยขีดข่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็หาอู่ซ่อมสีทำจะดีกว่า ลองเปรียบเทียบดังนี้

  • นาย A และนาย B ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ค่าเบี้ยประกันภัย 15,000 บาท

นาย A : รถเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย และซ่อมเอง ส่วนค่าซ่อม 1,000 บาท แต่ได้ส่วนลดประวัติดีในปีถัดไป 20%
นาย B : รถเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย และแจ้งเคลมประกัน ส่วนค่าซ่อม 1,000 บาทเท่ากัน แต่ไม่ได้ส่วนลดประวัติดีในปีถัดไป

นาย A : ทำประกัน 15,000 บาท – ส่วนลด 20% = 15,000-3,000 บาท ค่าเบี้ยประกันภัย = 12,000 บาท + 1,000 บาท ค่าซ่อมรถ = 13,000 บาท
นาย B : ทำประกัน 15,000 บาท ไม่ได้รับส่วนลดใด ๆ ทั้งสิ้นและมีประวัติแจ้งเคลม ค่าเบี้ยประกันภัย = 15,000 ขึ้นไป

จะเห็นว่านาย B ทำประกันราคาสูงกว่านาย A 2,000 บาท เพียงเพราะทางเลือกที่ดี ดังนั้นรถเราเสียหายเล็กน้อยก็ไม่จำเป็นต้องแจ้งเคลม เพื่อปีถัดไปจะได้รับส่วนลดนะ

5. เสี่ยงต่อการถูกยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย

ร้ายแรงที่สุดคือกรณียกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย หลายคนสงสัยว่าบริษัทประกันภัยมีสิทธิ์ ยกเลิกประกัยรถยนต์ ได้จริงหรือไม่ ?

ตอบเลยว่าจริงหากบริษัทประกันภัยพบว่ามีการแจ้งเคลมบ่อยครั้ง และผิดปกติมากเกินไป

ดังนั้น.. ถ้าเราถูกยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยแล้วเห็นว่าไม่สมควรหรือโดนเอาเปรียบจากบริษัทประกันภัย สามารถติดต่อแจ้งได้ที่ คปภ. เพื่อเขียนคำร้องได้ผ่านออนไลน์

อ่านเพิ่มเติม : คปภ.คืออะไร ทำไมคนทำประกัน ถึงต้องรู้จัก แนะนำให้อ่านเลย


แนะนำโดย : Easyinsure.co.th

797 total views, 5 views today

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *