ไฟไหม้รถประกันจ่ายไหม รถยนต์ไฟไหม้ได้รับความเสียหาย ประกันคุ้มครองอะไรบ้าง

ไฟไหม้รถประกันจ่ายไหม

เหตุการณ์ไฟไหม้รถยนต์ที่เกิดขึ้นตามท้องถนนนั้นมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง แล้วถ้าเกิดเหตุการณ์ ไฟไหม้รถประกันจ่ายไหม นั้นเป็นคำถามที่ผู้ใช้รถยนต์ต้องการความคุ้มครองในส่วนนี้มากที่สุด เพราะถ้าไฟไหม้รถยนต์แล้วนั้นการจะมีรถยนต์กลับมาสภาพเดิมได้นั้นเป็นหนทางที่ยากเหลือเกิน

ผู้ใช้รถยนต์ทุกคนจึงอยากทราบว่า ไฟไหม้รถ ประกันจ่ายไหม คุ้มครองหรือไม่ เพื่อความอุ่นใจในการขับรถบนท้องถนนกับอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และผู้ใช้รถยนต์ต้องทำอย่างไรบริษัทประกันภัยจึงจะให้ความคุ้มครองในส่วนนี้

กรณี ไฟไหม้รถประกันจ่ายไหม คำตอบคือการทำประกันภัยรถยนต์ให้ความคุ้มครองในกรณีไฟไหม้คือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ชั้น 2 และ ชั้น 2+ ที่ให้ความคุ้มครองในกรณีที่ไฟไหม้รถในทุกกรณีตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่เราทำประกันภัยไว้

ไฟไหม้รถ ประกันชั้น 1, 2 และ 2+ ให้ความคุ้มครองอย่างไร

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, 2 และ 2+ จะให้ความคุ้มครองและรับผิดชอบค่าเสียหายให้กับรถคันที่ทำประกันไว้ ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ทั้งที่เกิดจากสาเหตุรถไฟไหม้เอง หรือ ไฟไหม้จากสาเหตุอื่น ๆ โดยความรับผิดชอบที่ทางประกันจะดูแลแบ่งได้ 2 กรณี และมีค่าเรียกตามกรมธรรม์คือ รถเสียหายสิ้นเชิง (รถเสียหายหนัก) และ รถได้รับความเสียหาย ซึ่งทั้ง 2 กรณีบริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ที่รถคันที่เกิดเหตุไฟไหม้ทำไว้

  • กรณีรถได้รับความเสียหาย – คือ รถที่ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ แต่ความเสียหายไม่ถึงกับเสียหายสิ้นเชิง บริษัทประกันสามารถตกลงกันได้ว่าจะซ่อมให้กลับมามีสภาพเดิม หรือ เปลี่ยนเป็นรถที่มีสภาพเดียวกัน หรือจะชดเชยเป็นเงิน ขึ้นอยู่กับการตกลงร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่าย รวมถึงอุปกรณ์ของรถคันที่เกิดเหตุด้วย
  • กรณีรถเสียหายสิ้นเชิง หรือ รถเสียหายหนัก – คือรถคันที่ประสบเหตุไฟไหม้ และได้รับความเสียหายจนไม่สามารถซ่อมให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้ ความเสียหายที่ได้รับจะไม่น้อยกว่า 70% ของมูลค่ารถในขณะที่เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น หากทุนประกันภัยรถต่ำกว่า 80% ของมูลค่ารถในขณะที่เอาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์แล้วแต่กรณี จะต้องโอนกรรมสิทธิ์รถให้แก่บริษัทประกันทันที โดยบริษัทประกันจะทำการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับเราเต็มจำนวนเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ และให้ถือว่าการคุ้มครองรถนั้นเป็นอันสิ้นสุด

กรณีรถติดแก๊สแล้วเกิดเหตุไฟไหม้ – ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, 2, และ 2+ ให้ความคุ้มครอง แต่เราต้องมีการแจ้งให้บริษัทประกันทราบในตอนที่ทำประกันด้วย โดยต้องส่งเอกสารยืนยันการติดตั้งแก๊สให้แก่บริษัทประกัน และต้องแจ้งทางกรมขนส่งทางบกให้รับทราบ ทั้งนี้เราต้องติดตั้งถังแก๊สที่ได้มาตรฐาน มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) และปฏิบัติตามรายละเอียดอื่น ๆ ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ด้วย

สาเหตุใกล้ตัวที่ทำให้เกิดรถยนต์ไฟไหม้

  1. อุบัติเหตุรถชน – หากเกิดรถชนกันอย่างแรงจนทำให้ถังน้ำมันแตกหรือร้าวและเกิดประกายไฟ ก็จะเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นมาได้
  2. น้ำมันเชื้อเพลิงรั่ว – เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ เลยในการเกิดไฟไหม้รถ กับการที่น้ำมันเชื้อเพลิงรั่ว เนื่องจากมีจุดเผาไหม้ที่ต่ำ โอกาสติดไฟจึงมีสูง โดยแค่อุณหภูมิสูงกว่า 72 องศาก็มีโอกาสติดไฟได้แล้ว
  3. ระบบไฟฟ้าขัดข้อง – ต้นเหตุของการเกิดไฟไหม้นั้นมาจากแบตเตอรี่ที่ก่อให้เกิดก๊าซไฮโดรเจน และ ก๊าซไฮโดรเจนนี้สามารถติดไฟได้ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายได้หากว่าสายไฟในห้องเครื่องชำรุด หลุดหลวม จนเกิดประกายไฟ

รถยนต์ไฟไหม้ควรทำอย่างไร

เมื่อรถยนต์ไฟไหม้ต้องทำอย่างไร…? หากเกิดเหตุไฟไหม้ขณะที่คุณกำลังขับรถอยู่บนท้องถนน สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติให้มั่น ลดความเร็วลงและพยายามนำรถเข้าจอดข้างทาง เมื่อรถยนต์จอดสนิทให้ปิดสวิตซ์เพื่อตัดการทำงานของระบบก๊าซ พร้อมทั้งดับเครื่องยนต์ทันที หากมีเปลวไฟออกมาจากกระโปรงรถ ให้ปลดสลักฝากระโปรงรถและใช้ถังดับเพลิงเคมีฉีดพ่นเข้าไปทางช่องกระโปรงรถที่แง้มไว้ จำไว้ว่าอย่าเปิดอ้าฝากระโปรงในทันทีเพราะจะได้รับอันตรายจากเปลวไฟ และทำให้ไฟลุกลามได้รวดเร็วขึ้น

อ่านเพิ่มเติม : ถังดับเพลิงในรถยนต์แบบไหนดี พกให้ถูกประเภท ป้องกันไฟไหม้รถยนต์

เมื่อไฟเริ่มสงบ ให้ใช้ถุงมือหรือผ้ารองมือในการเปิดฝากระโปรง ป้องกันความร้อนที่ฝากระโปรงรถลวกมือและฉีดพ่นเคมีดับเพลิงให้ทั่วท้องเครื่องจนมั่นใจว่าไฟดับสนิท จึงค่อยถอดขั้วแบตเตอรี่ออกป้องกันไฟประทุขึ้นอีกหากไม่มีถังดับเพลิงและไฟไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ให้รีบออกจากรถที่เกิดเหตุไฟไหม้โดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการได้รับอันตรายหากรถยนต์เกิดระเบิดขึ้น จากนั้นให้รีบโทรแจ้ง เหตุด่วนเหตุร้าย 191 หรือ ศูนย์รับแจ้งเรื่องดับเพลิง 199 หรือสายด่วนนิรภัย 1784 เพื่อขอความช่วยเหลือทันที

ดังนั้นแล้วเพื่อความอุ่นใจกรณี ไฟไหม้รถประกันจ่ายไหม การทำประกันชั้น 1, 2, และ 2+ จึงเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถต้องทำเพื่อความปลอดภัยและจะได้รับความคุ้มครองในส่วนนี้จากบริษัทประกันภัยอย่างแน่นอน เพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน การทำประกันภัยรถยนต์จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคน

354 total views, 3 views today

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *