Chat with us, powered by LiveChat

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ รถใช้ระหว่างซ่อม ประกันชดเชยรายได้ | คปภ

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

วันนี้มีสาระประกันภัยมาเล่าสู่กันฟัง นั่นก็คือเรื่องของ ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ หรือการชดเชยรายได้ที่บริษัทประกันภัยจะต้องชดเชยให้กับเรา แต่หลายคนไม่ทราบ หรือบางคนพึ่งจะได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก แน่นอนว่าคุณไม่ผิด เพราะบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ไม่อธิบายให้คุณเข้าใจต่างหากล่ะ ดังนั้นเรามาดูความหมายของคำว่า “ค่าขาดประโยชน์” คืออะไร และมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง ไปกันเลย…

ค่าขาดประโยชน์ คืออะไร

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ ค่าชดเชยรายได้ที่บริษัทประกันภัยจะต้องจ่ายให้กับเรา บางคนจะเรียกว่า ค่าสินไหมทดแทน โดยประกันจะจ่ายก็ต่อเมื่อ เราเป็นฝ่ายถูกและแจ้งเคลมประกัน เมื่อเจ้าหน้าที่ออกใบเคลม ให้นำรถเข้าซ่อมทันที และขอเอกสารรายการซ่อมกับศูนย์หรืออู่ในเครือ ให้ทำการถ่ายเอกสารไว้ (เน้นย้ำว่าอย่าลืม) เพราะเราจะนำหลักฐานชิ้นนี้ไปยื่นเรื่องเบิก ค่าขาดประโยชน์ กับบริษัทประกันของคู่กรณี พอถึงขั้นตอนนี้ผมจะเจอคำถามที่พบบ่อย ดังนี้

ยื่นเรื่องเบิกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

  •  ใบเคลม จากเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัย
  • ใบเสนอราคาซ่อมแซมรถยนต์ จากศูนย์หรืออู่ซ่อม
  • สำเนาตารางกรมธรรม์ประกันภัย (ควรเก็บเอาไว้ในรถตลอด)
  • สำเนาทะเบียนรถยนต์คันที่เอาประกันภัย
  • สำเนาใบอนุญาตขับขี่
  • ใบรับรถ หรือใบเสร็จส่งมอบรถ เมื่อซ่อมแซมเสร็จแล้ว
  • รูปถ่าย หลักฐานตอนซ่อมรถ (ยิ่งเยอะยิ่งดี หลักฐานแน่นๆ)
  • แบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อมรถ
  • สำเนาหน้าสมุดบุ๊กแบงค์

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถได้วันละเท่าไหร่ ?

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คปภ หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สรุปเอาไว้ว่า อัตราค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อม สามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

  • กลุ่มที่ 1 รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่งกำหนดอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 500 บาท
  • กลุ่มที่ 2 รถยนต์รับจ้างสาธารณะขนาดไม่เกิน 7 ที่นั่ง กำหนดอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 700 บาท
  • กลุ่มที่ 3 รถยนต์ขนาดเกินกว่า 7 ที่นั่งกำหนดอัตราไม่น้อยกว่าวันละ 1,000 บาท

ทำไมต้องยื่นเรื่องเอง ?

การเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อม หรือ ค่าชดเชยรายได้ เราจะต้องดำเนินการเองทั้งหมด “ทำไมถึงให้บริษัทประกันภัยยื่นเรื่องให้ไม่ได้” ผมขอคำนึงนะ “บริษัทประกันภัยไม่ใช่พระเจ้าครับ” ที่จะมาเดินเรื่องให้เราทุกอย่าง แม้เราจะทำประกันไว้ก็เถอะ เพราะประกันมีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุเท่านั้น ไม่สามารถยื่นเรื่องแทนเราได้ แต่สามารถให้คำปรึกษาได้เพราะเราคือลูกค้า

คู่กรณีไม่มีประกัน ทำอย่างไร ?

หากคู่กรณีไม่ทำประกันภัยรถยนต์ เราจะต้องเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ กับคู่กรณีโดยตรง แนะนำว่าควรเจรจาตกลงกันตั้งแต่เกิดเหตุ ถ้าตกลงกันลงตัวให้ไปลงบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อเป็นหลักฐาน

ตกลงกับคู่กรณีไม่ลงตัว ทำยังไงดี ?

กรณีเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ กับคู่กรณีไม่ได้ อาจะเป็นเพราะคู่กรณีอ้างว่าบริษัทประกันของคุณก็ซ่อมรถคุณไปแล้วนิ จะมาเอาอะไรอีก ให้คุณอธิบายไปว่า “บริษัทประกันภัยคุ้มครองเพียงความเสียหายจากการซ่อมรถ” ส่วนค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายในการเดินทางที่เราจ่ายไปในขณะที่รถเข้าซ่อมอยู่ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับบริษัทประกันภัย เอามาเป็นข้ออ้างไม่ได้

ในเมื่อตกลงกันไม่ลงตัว อย่าใช้พละกำลังในการตัดสินใจ ให้คุณใจเย็นๆแล้วโทรเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยเจรจา ลืมบอกไปว่าไม่ว่าจะเจรจาตกลงกันด้วยวิธีใดก็ตาม ให้บันทึกเสียงเอาไว้เสมอ เพื่อเป็นหลักฐานหากคู่กรณีผิดคำพูด

ดังนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น นอกจากการแจ้งเคลมประกัน และใช้บริการรถใช้ระหว่างซ่อม อย่าลืมเก็บสำเนารายการซ่อมแซมรถ เพื่อรักษาสิทธิ์ในการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ อย่าควักเนื้อตนเองเด็ดขาด เก็บเอาไว้กินชาบู บุฟเฟ่หมูกระทะ ให้อิ่มท้องแล้วชีวิตคุณจะราบรื่นขึ้น

เชื่อผมผมเรียนมา ฝากไว้เพียงเท่านี้ หากสงสัยเกี่ยวกับการทำประกันภัยรถยนต์ ขอคำปรึกษาฟรีได้ที่ : 02-801-9000 โทรเลย…ยินดีให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมงครับ

185 total views, 3 views today

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *